สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

โปรแกรมเพื่อสุขภาพ

การทำความสะอาดฟัน
          1. ให้อาหารที่เป็นเม็ดหยาบแก่สุนัข ให้นมหรือขนมปังกรอบที่ผลิตขึ้นมาเพื่อสุนัขวันละครั้งอาหารที่แข็งจะช่วยขัดและทำความสะอาดฟัน โดยการเสียดสี
          2. ให้สุนัขได้ขบเคี้ยวกระดูกเทียมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เป็นต้นว่ากระดูกที่ทำมาจากหนังสัตว์ กระดูกข้อเท้าขนาดใหญ่ซึ่งไม่แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ และกระดูกที่ทำจากไนล่อนชนิดแข็งจะได้ผลดี
          3.กำจัดหินปูนจากฟัน สุนัขที่อาศัยอยู่ในแถบ ที่มีน้ำกระด้างจะเกิดหินปูนตามฟันหินปูนเป็นส่วนประกอบของฟอสเฟต คาร์บอเนตและสารอินทรีย์เหลือแคลเซียมแหล่านี้จะละลายในกรด แต่จะตกตะกอนในน้ำลายของสุนัขที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆควรกำจัดหินปูนที่เกิดขึ้นทันที หินปูนที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องผิดปกติ ถ้าหากไม่เอาใจใส่หินปูนจะพอกหนาขึ้นกลายเป็นปลั๊กหรือแคลคิวลัส ซึ่งจะก่อให้เกิดโรคเหงือก แล้วในที่สุดก็จะกลายเป็นโรคเกี่ยวกับเยื่อหุ้มฟันอักเสบคราบหินปูนสามารถกำจัดโดยใช้สารละลายไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกๆไซด์ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายยาแผนปัจจุบัน โดยใช้ชนิดความเข้มข้น 3 เปอร์เซ็นต์หรือจะใช้สารละลายของกรดเกลือชนิด 1 เปอร์เซนต์ก็ได้ชุปสารละลายดังกล่าวด้วยผ้าเนื้อหยาบ แล้วถูที่ฟันอย่างแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านนอก ซึ่งติดกับเหงือก ซึ่งมีคราบหินปูนอยู่มากที่สุดในกรณีที่เป็นมาก อาจจะต้องใช้เครื่องมือทำฟันขูด เพื่อทำให้แผ่นหินปูนที่หนาแตกออกแล้วทำการขัดฟันอีกทีหนึ่ง
        4. แปรงเหงือกและฟันของสุนัขสัปดาห์ละสองครั้งด้วยยาสีฟันของสุนัขด้วยแปรงชนิดขนนิ่มของเด็ก ถ้าไม่มียาสีฟันก็แนะนำให้ใช้โซดาผงหรือที่เรียกว่าโซเดียมไบคาร์บอเนตไม่ใช้โซเดียมคาร์บอเนตนะครับ เพราะนั่นมันเป็นผงโซดาซักผ้าโปรแกรมเกี่ยวกับสุขภาพของช่องปากจะช่วยยืดอายุของฟันสุนัขของคุณและช่วยให้เข้ามีสุขภาพดีในปีต่อๆ ไปของชีวิต

การแปรงขนสุนัขที่มีขนยาว
          1.ใช้แปรงสลิกเกอร์ค่อยๆสางขนที่พันกันและเป็นปมอย่างนุ่มนวล ควรระมัดระวังอย่าฝืนดึงขนหรือแปรงอย่างรุนแรงจนทำให้สุนัขเจ็บ
          2.แปรงขนซ้ำอีกครั้งด้วยแปรงขนหมุด การแปรงในขั้นนี้ไม่ควรมีขนที่พันกันแล้ว
          3.ใช้หวีด้ามตรงที่มีซี่หวีกว้างหวีอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงขาที่มีขนยาว

          4.ตัดขนที่ยาวรอบเท้าโดยเฉพาะขนระหว่างนิ้วซึ่งเป็นบริเวณที่มักมีสิ่งสกปรกและสิ่งแปลกปลอมเข้าไปสะสมทำให้เกิดการระคายเคือง 
          5.ตัดขนบริเวณข้อขาเพื่อป้องกันการพันกันของขนที่ยาวซึ่งเป็นที่สะสมของสิ่งสกปรกและผิวหนังที่ตาย


การแปรงขนสุนัขที่มีขนคล้ายเส้นไหม เช่น สุนัขพันธุ์ยอร์กไชร์ เทอร์เรียร์ 

            1.ใช้แปรงสลิกเกอร์สางขนที่พันกันออกการสากขนที่เกาะกันเป็นก้อนต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่าดึงแรงจนกระทั่งขนขาด
          2.แปรงอีกครั้งด้วยแปรงขนสัตว์เพื่อทำให้ขนเงางามการแปรงขนในขั้นนี้ไม่ควรแปรงสะดุด 
          3.แสกขนตามแนวกลางหลังแล้วหวีขนแต่ละด้านให้เหยียดลงอาจตัดแต่งด้วยกรรไกรให้เป็นระเบียบ 
          4.เล็มขนรอบเท้าและหู และตัดเล็บด้วย 5.ขนที่ยาวเหนือตาควรเล็มออกหรือรวบด้วยริ้บบิ้นหรือโบ

การกำจัดและป้องกันเห็บ
          เห็บ หมัดและแมลง เป็นพาหะนำโรคบางชนิดมาสู่สุนัข ถึงแม้ไม่เกิดโรคก็จะทำความรำคาญให้สุนัขมาก เห็บหรือหมัดที่มีในสุนัขส่วนมากมักเกิดจากเจ้าของที่ไม่ดุแลสุนัขเท่าที่ควร
หมัด หรือเห็บมักเกาะกินเลือดอยู่ตามบริเวณผิวหนังอ่อน ๆ ของสุนัข เช่น รอบคอริมฝีปาก บริเวณหลังเลยหางขึ้นไป ตามซอกเล็บ และตามบริเวณก้นการกำจัดเห็บ หมัดอาจใช้น้ำมันสนหยดลงไปให้ถูกตัวเล็กน้อย จะทำให้มันหลุดออกมาหากดึงหมัดหรือเห็บขณะที่มันกำลังกัดติดอยู่กับบริเวณผิวหนังแรง ๆ อาจทำให้ผิวสุนัขเป็นแผล การป้องกันกำจัดเห็บหรือหมัดอาจใช้วิธีรักษาความสะอาดตัวสุนัขใช้อุปกรณ์ในการกำจัดเห็บ เช่น ยากำจัดเห็บ แป้งกำจัดเห็บ แชมพูกำจัดเห็บตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ หรือทำด้วยความระมัดระวัง ควรทำการจับหมัดหรือเห็บทุก ๆ อาทิตย์และทำความสะอาดที่นอนสุนัขด้วย  แต่การฆ่ากำจัดเห็บเฉพาะที่ตัวสุนัข ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตลอด เพราะเห็บหรือหมัดเล่านี้จะอาศัยอยู่บริเวณที่อยู่ของสุนัขดังนั้นควรใช้ยาฆ่าเห็บผสมกับน้ำราดตามบริเวณที่สุนัขอาศัยอยู่ด้วยการกำจัดสิ่งเหล่านี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่องจึงจะประสบความสำเร็จ

การป้องกันโรค

           ผู้เลี้ยงควรต้องมีเวลาให้กับสุนัข เพื่อทำความคุ้นเคยและศึกษาสุนัขแต่ละตัวต้องคอยเอาใจใส่สังเกตความเป็นอยู่ การกินอาหาร การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆนอกจากนี้ควรจะต้องมีความรู้ พื้นฐานเกี่ยวกับสุนัข โรคต่างๆ เมื่อสุนัขเกิดอาการเจ็บป่วยจะได้นำไปรักษาได้ทันทีโรคที่เกิดกับสุนัขมีหลายชนิดและมักเกิดการระบาดอยู่เสมอทุกปีหลายโรคอาจร้ายแรงทำให้สุนัขพิการหรือเสียชีวิต ทั้งอาจติดต่อถึงคนภายในบ้านด้วย การหมั่นเอาใจใสในตัวสุนัขและดูแลสุขภาพทั่วไปของสุนัขจึงเป็นการป้องกันโรคเบื้องต้นที่ดีที่สุด อาการของสุนัขที่เริ่มป่วยสังเกตได้จาก อาการเซื่องซึม ,ไม่ร่างเริงแจ่มใส,ไม่กินอาหารหรือกินอาหารน้องลง, อาเจียน, มีอาการท้องร่วง, ท้องผูก, ผอมลง,ขนหยาบกระด้าง,ผิวหนังเป็นผื่นแดง, ตาแฉะ, จมูกแห้งหรือมีน้ำมูก หากสุนัขมีอาการดังกล่าวควรทำการรักษาหรือนำสุนัขไปหาสัตวแพทย์ สุนัขหลายโรคสามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนตามกำหนดเวลาที่เหมาะสม หลังการฉีดวัคซีนควรงดอาบน้ำภายใน 1 สัปดาห์ เพราะสุนัขอาจมีไข้เล็กน้อยจากปฏิกิริยาต่อวัคซีน ดูแลให้สุนัขกินยาตามเวลาที่สัตวแพทย์กำหนด รวมทั้งควรแยกสุนัขตัวที่ป่วยออกจากตัวปกติ สิ่งที่ช่วยให้สุนัขรอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บได้อีกประการหนึ่งคือ การรักษาความสะอาดทั้งของสุนัขและสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย กำจัดเห็บ หมัด ยุง หนูหรือทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์ที่เป็นพาหะเหล่านี้
กำหนดการปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคของสุนัข
            อายุ        ปฏิบัติ
         3 สัปดาห์    ตรวจอุจจารและถ่ายพยาธิ
         2 เดือน      ฉีดวัคซีนป้องอกันโรคไข้หัดสุนัข โรคพาร์โวไวรัส เลปโตสไปโรซีส ตับอักเสบติดต่อ
         3 เดือน      ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และถ่ายพยาธิ
         4 เดือน      ฉีดซ้ำเช่นเดียวกับเมื่ออายุ 2 เดือน
         6 เดือน      ตรวจเลือดเพื่อหาโรคพยาธิหนอนหัวใจและตรวจซ้ำทุก 6 เดือน
ทุกปี พบสัตวแพทย์เพื่อนตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจอุจจาระและถ่ายพยาธิทุก 6 เดือน และฉีดวัคซีนซ้ำทุกอย่าง

ตัดเล็บ

           หมาที่เลี้ยงปล่อยวิ่งเล่นตามสนามหญ้าหรือพื้นซีเมนต์ทั่วไปแล้วเล็บจะมีความสึกหรอเองโดยการเสียดสีกับพื้นมักไม่ต้องมาตัดให้เสียเวลา อย่างมากก็เล็ม ๆ เป็นบางเล็บให้เสมอกับส่วนที่สึกกว่า ส่วนหมาที่เลี้ยงอยู่ภายในบ้านวิ่งบนพรมหรือพื้นหินขัดตลอดเวลาเล็บจึงยาว เมื่อตะกุยตะกายเจ้าของ เบาะ หรือประตูทำให้เกิดรอยขีดข่วนอย่างเห็นได้ชัด จำเป็นอยู่ที่จะต้องหมั่นตรวจดูแลและตัดอย่างสม่ำเสมอ การติดเล็บหมาควรทำหลังอาบน้ำเพราะเล็บที่เปียกน้ำมาจะอ่อน ตัดง่าย ควรใช้กรรไกรที่ทำมาเพื่อตัดเล็บหมาโดยเฉพาะซึ่งจะง่ายและปลอดภัยเทคนิคสำคัญคือ ต้องคอยสังเกตดูส่วนที่มีเลือดมาเลี้ยงในเล็บจะมองเห็นเป็นสีชมพูแดง
**ระวังอย่างไปตัดโดนโคนเล็บ

เช็ดหู ทำความสะอาดหู
              
          หูหมาก็เช่นเดียวกับหูคน มีการสร้างขี้หูออกมาจนตลอดเวลาเพื่อเป็นการขับสิ่งสกปรกและแปลกปลอมที่อาจเข้าหู หมาบางตัวมีขี้หูมาก แต่บางตัวก็มีน้อย แตกต่างกันไป เจ้าของต้องหมั่นตรวจดูด้วยสายตาว่ามีคราบไคลของขี้หูมากน้อยแค่ไหนมีหนองออกมาหรือไม่ ฯลฯ ประกอบกับใช้จมูกช่วยด้วย คือ ดมกลิ่นหาความผิดปกติ เช่นเหม็นมากขึ้นกว่าเก่าหรือไม่ 
          โดยปกติแล้วเจ้าของสามารถใช้สำลีหรือผ้านิ่ม ๆ เช็ดบริเวณหูและรูหูส่วนนอก ได้เป็นประจำ ส่วนใหญ่มักทำกันหลังอาบน้ำซึ่งเป็นเป็นการดีเพราะสามารถตรวจสอบได้ว่ามีน้ำหลงเข้าไปในหูบ้างหรือเปล่า ถ้มีจะได้เช็ดออกให้แห้งเป็นการป้องกันโรคหูอักเสบได้ด้วย
              **ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดเข้าไปล้างหูนะครับ

เช็ดตา ล้างตา
          หมาปกติสมบูรณ์ไม่ควรจะมีขี้ตาแฉะหรือเกรอะกรังรวมทั้งน้ำตาไหลเป็นคราบอยู่เสมอ เมื่อเจ้าของหมาพบเข้า นั่นแหละคือต้องมีอะไรผิดปกติแล้ว หากยังไม่มีเวลาไปหาหมอก็อาจทำความสะอาจดูแลรักษาไปพลางก่อน ก่อนโดยการใช้น้ำยาล้างตาหลดลงไปบนผิวกระจากตา 4-5 หยด เป็นระยะ ๆเพื่อให้น้ำยาล้างตาชะเอาสิ่งสกปรกรวมถึงขี้ตาด้วย จากนั้นใช้กระดาษทิชชูซับรอบ ๆ ภายนอกซับให้แห้ง
กรณีที่มีน้ำตาไหลเป็นคราบอยู่เป็นเวลาเนิ่นนานมากแล้วคราบน้ำตาไหลเหล่านั้นมีคุณสมบัติเกาะติดขนและผิวหนังได้ดีมากทำให้เป็นรอบคราบน้ำตาติดแน่นอยู่ที่ 2 ข้างหัวตาย้อยลงมาถึงมุมปากสิ่งที่จะทำได้โดยการหมั่นเช็ดถูให้บ่อยครั้งขึ้นทุก ๆ วัน ขนที่ติดคราบน้ำตาอยู่จะค่อย ๆ หลุดร่วงไปวันละเล็กวันละน้อย จนขนใหม่ไม่มีคราบน้ำตางอกขึ้นมาแทนที่เต็มหมดแล้วรอยคราบดังกล่าวจะหมดไป

 

 

 

view