สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

5 อันดับโรคร้ายที่ทำให้สุนัขตายเฉียบพลัน

อันดับที่ 5 ตายเนื่องจากการมีเลือดออก โดยที่ไม่สัมพันธ์กับการได้รับบาดเจ็บ

       จากการผ่าชันสูตรซาก พบว่าสุนัขที่ตายด้วยสาเหตุนี้ มักจะพบว่าเป็นมะเร็งชนิด Hemangiosarcomaโดยบริเวณที่พบมะเร็งส่วนใหญ่จะเป็นที่หัวใจห้องบนขวาและม้าม กรณีเกิดที่หัวใจห้องบนขวา จะทำให้มีเลือดสะสมจำนวนมากที่ถุงหุ้มหัวใจ (Hemopericardium) เป็นเหตุให้หัวใจถูกบีบรัด ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ การสูบฉีดเลือดไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เกิดภาวะช็อค และทำให้เสียชีวิตได้ หากเกิดที่ม้ามจะทำให้มีเลือดสะสมภายในช่องท้องจำนวนมาก น้องหมาจะตายเนื่องจากภาวะช็อคได้เช่นกัน บางกรณีที่พบว่าก้อนมะเร็งแตกแบบกะทันหัน ทำให้น้องหมาเสียเลือดจำนวนมากภายในร่างกาย โดยที่เราไม่อาจทราบได้ เพราะไม่มีรอยโรคภายนอกร่างกายให้เห็น จึงเป็นเหตุให้เสียชีวิตแบบปัจจุบันทันด่วนได้เช่นกัน

       มะเร็งชนิด Hemangiosarcoma พบได้ในสุนัขแก่อายุตั้งแต่ 8-13 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นในสุนัขพันธุ์ใหญ่ โดยเฉพาะพันธุ์เยอรมันเชฟเฟิร์ด โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ และลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ อาการบ่งชี้ที่เราต้องสังเกต คือ น้ำหนักลดลง กินอาหารน้อยลง เยื่อเมือกซีด เหงือกซีด หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ เสียงหัวใจเต้นเบาลง (muffled heart sounds) ท้องกางขยายใหญ่ขึ้น เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก เดินเซ (ataxia) เป็นลมล้มทั้งยืน (syncope) ซึ่งอาการจะคล้ายกับโรคอื่นๆ จึงควรต้องพาน้องหมาไปตรวจร่างกายเพื่อวินิจฉัยต่อไปครับ

อันดับที่ 4 ตายเนื่องได้รับบาดเจ็บ

       บางทีน้องหมาของเราอาจไปประสบอุบัติเหตุมา โดยที่เราไม่ทราบก็เป็นได้ เนื่องจากอาจไม่มีบาดแผลให้เห็นภายนอกร่างกาย แต่อวัยวะภายในกลับได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เช่น ม้ามแตก กระบังลมฉีดขาด ตับฉีกขาด อวัยวะภายในเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง เลือดออกภายในช่องท้อง หรือกระดูกหัก จากการผ่าชันสูตรซากพบว่าสุนัขที่ตายด้วยสาเหตุนี้ จะมีรอยโรคตามที่กล่าวมาข้างต้นมากกว่า 2 รอยโรคขึ้นไปร่วมกัน อาการจึงหลากหลายขึ้นกับลักษณะของรอยโรค

อันดับที่ 3 ตายเนื่องจากปัญหาในระบบทางเดินอาหาร

       จากการผ่าชันสูตรซาก พบว่าสุนัขที่ตายด้วยสาเหตุนี้ เกิดจากกระเพาะกางขยายและบิดหมุน กระเพาะและลำไส้เคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง แต่กรณีที่พบได้บ่อยที่สุด คือ กระเพาะกางขยายและบิดหมุน ซึ่งจะเกิดจากการที่มีแก๊สหรืออาหารสะสมในกระเพาะจำนวนมาก จนทำให้กระเพาะกางขยายออกลักษณะคล้ายลูกโป่ง เมื่อเกิดการเคลื่อนตัวไปมาในช่องท้องจึงทำให้เกิดการบิดหมุนตามมาได้ ผลที่ตามมาจึงทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ เส้นเลือดอาจฉีดขาด และทำให้เสียเลือด สุนัขกลุ่มเสี่ยง คือ น้องหมาพันธุ์ใหญ่ ที่มีช่องอกลึกและแคบ เช่น พันธุ์เยอรมันเชฟเฟิร์ด เกรทเดน และดัลเมเชียน มักจะพบในกรณีที่เจ้าของให้กินอาหารวันละ 1 มื้อ ปริมาณครั้งละมากๆ และตัวน้องหมาเองชอบที่จะกินอาหารอย่างรวดเร็ว หลังจากกินเสร็จก็ปล่อยวิ่งเล่นหรือนอนกลิ่งตัวไปมา จึงทำให้กระเพาะอาหารที่กำลังขยายใหญ่อยู่นั้น เกิดการแกว่งตัวไปมาจนบิดหมุนในที่สุด ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Gastric dilatation and vulvulus (GDV)

อันดับที่ 2 ตายเนื่องจากได้รับสารพิษ

      ในรายงานระบุว่า น้องหมาที่ได้รับสารพิษแล้วตายอย่างเฉียบพลันส่วนใหญ่เกิดจาก สตริกนิน (strychnine) ซึ่งทราบได้จากการเก็บตัวอย่าง อาหารในกระเพาะของซากไปตรวจ

       สตริกนิน เป็นยาเบื่อหนูที่ใช้มากในทวีปยุโรปและอเมริกา ได้จากการสกัดเมล็ดของพืช ชื่อ แสลงใจ (Strychnos nuxvomica) หากน้องหมาได้รับเข้าสู่ร่างกาย จะดิ้นทุรนทุราย ชักเหยียดเกร็ง ส่วนใหญ่จะตายเนื่องจากช่วยชีวิตไม่ทัน การรักษา คือ ต้องทำให้น้องหมาหลับ (สลบ) เพื่อไม่ให้ชัก เพราะถ้าชักจะทำให้สมองขาดออกซิเจน ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ จากนั้นจึงให้น้ำเกลือเข้าทางเส้นเลือดเพื่อหวังให้ช่วยขับสารพิษผ่านไตไปให้เร็วที่สุด

อันดับที่ 1 ตายเนื่องจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

       จากการผ่าชันสูตรซาก พบว่าสุนัขที่ตายด้วยสาเหตุนี้ จะมีหลายลักษณะด้วยกัน บางรายมีหัวใจโตและผนังกล้ามเนื้อหัวใจบาง หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมแบบพองขยาย (Dilated Cardiomyopathy) ซึ่งมักพบในน้องหมาพันธุ์ใหญ่ อายุตั้งแต่ 4-10 ปีขึ้นไป บางรายที่มีลิ้นหัวใจเสื่อม (Myxomatous valvular degeneration) ซึ่งมักพบในน้องหมาพันธุ์เล็ก อายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป บางรายที่มีลิ้นหัวใจตีบ ซึ่งมักพบการตีบบริเวณ aortic arch หรือ sub-aortic  เป็นมากในน้องหมาอายุ 2 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งเป็นความผิดปกติที่อาจเป็นมาแต่กำเนิด

 บางรายที่มีลิ้นหัวใจอักเสบเนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด บางรายที่มีหลอดเลือดโป่งพอง (aneurysms) ซึ่งอาจทำให้หลอดเลือดแตก หากมีความดันโลหิตสูงขึ้น และบางรายมีก้อนเลือดแข็งตัวอุดตันในเส้นเลือด (thromboembolism) ซึ่งมักพบในบริเวณที่สำคัญ เช่น ในเนื้อเยื่อปอด สมอง จนไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือด เกิดแรงดันในเส้นเลือดสูงขึ้น จนทำให้เส้นเลือดแตก เกิดการช็อค และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งกรณีแบบ 2 รายหลัง เป็นกรณีที่เกิดแบบเฉียบพลัน

       โดยธรรมชาติหัวใจสามารถทำงานชดเชยความผิดปกติได้ 3-5 เท่า ทำให้น้องหมาไม่แสดงอาการทางคลินิกให้เห็น หากเราไม่หมั่นสังเกตอาการ ส่วนใหญ่จะพบเมื่อปัญหาเรื้อรังมาจนระยะท้ายๆ ของโรคแล้ว สำหรับอาการบ่งชี้ที่เราต้องสังเกต คือ น้องหมาจะเหนื่อยง่าย หอบ ไอแห้งๆ หายใจลำบาก ท้องกางขยายขึ้น (กรณีมีของเหลวสะสม-ท้องมาน) ตัวบวมน้ำ อาจมีอาการตัวเกร็งเหยียดในระยะสุดท้าย และจากไปอย่างสงบด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว โดยอาการก่อนตายอาจดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น

 เป็นอย่างไรกันบ้างครับ...กับ 5 อันดับโรคร้ายที่ มุมหมอหมา ได้รวบรวมมานำเสนอ เรื่องของการเกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นเรื่องธรรมชาติครับ ทั้งคนและน้องหมาต่างก็ต้องเผชิญเหมือนๆ กัน หากจะต่างกันก็ตรงที่น้องหมาพูดไม่ได้เท่านั้นเอง จึงไม่สามารถบอกเราได้ว่าเค้ากำลังไม่สบาย เจ็บปวดตรงไหน เราในฐานะเจ้าของคงต้องหมั่นสังเกตอาการเป็นประจำ ถ้าเป็นไปได้ควรพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพอย่างละเอียดอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง หรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะน้องหมาแก่อายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป การที่น้องหมายังกินได้ วิ่งเล่นได้ ไม่ได้หมายความว่าเค้ามีสุขภาพดีเสมอไปนะครับ เพราะฉะนั้นอย่าชะล่าใจเป็นอันขาดหล่ะ เดี๋ยวจะหาว่า มุมหมอหมา ไม่เตือน

บทความโดย: หมอต้น Dogilike.com
น.สพ.ธีรภาพ มุสิกานนท์

 

 

view